จากประสบการณ์ที่ผ่านมา อาจเพราะบริษัทของผมมีชื่อเสียง และทำมานาน จึงมีคนติดต่อมา ให้ "แปลงเอกสาร" ไม่ใช่ "แปลเอกสาร" อยู่บ่อยๆ เช่น พี่ครับ ช่วยแปลงวุฒิการศึกษา ให้หน่อย จะเอาไปสมัครงาน พี่คะ ช่วยออกใบรับรองการทำงาน หรือใบผ่านงานให้หน่อย ทั้งที่ไม่เคยทำงานกับเราเลย
ที่นึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ เพราะมีกรณีล่าสุดที่มีคนมาเสนอให้ออกใบรับรองการผ่านงานให้ พร้อมค่าตอบแทนจำนวนไม่น้อย ผมต้องตอบไปอย่างไม่ลังเลเลยว่า ผมเป็นบริษัทรับแปลเอกสารครับ ไม่ใช่รับแปลง
ลำพังปกตินั้นก็คงไม่รับอยู่แล้ว เพราะจรรยาบรรณของผู้ประกอบการที่ดีนั้น มันก็ไม่ควรจะทำอยู่แล้ว และนี่จะให้เอาชื่อเสียงบริษัทเป็นเดิมพัน ไปปลอมแปลงเอกสารให้ท่าน ยิ่งไม่ทำนะครับ ส่วนใครอยากได้เงินแล้วจะไปทำนั่นก็สุดแล้วแต่ท่านก็แล้วกัน
ธุรกิจที่ดี ไม่ใช่การกอบโกยเงินทอง ในทุกทางที่จะกระทำได้ แต่ผมคิดว่า เราควรจะคืนกำไรแก่สังคมให้มากที่สุด อย่างน้อย ถ้ายังไม่มีสำนึกในการคืนกำไรให้แก่สังคมได้ หรือไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะคืนกำไรอะไรได้มาก ก็เอาเป็นว่าอย่าทำให้มันเลวร้ายลงไปกว่าเดิมก็พอแล้วครับ
แปลเอกสาร
Sunday, May 12, 2013
Friday, May 10, 2013
แปลเอกสารและรับงานแปลจนแสบตาไปหมดแล้ว
วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่มีงานแปลเอกสารต่างๆเข้ามาที่บริษัทมากเหลือเกิน ทีมงานของ คิงทรานสเลชั่น เฉพาะที่นั่งรับโทรศัพท์ และติดต่อลูกค้ามีอยู่ สามคน ไม่เคยว่างกันเลย
คิดว่าคงเหมือนกันนะครับ ทีมงานดีๆ สมัยนี้หายาก เหมือนที่ ศูนย์แปลภาษาดีๆ ก็หายากเช่นกัน ผมมีความกังวลใจกับ วงการรับแปลเอกสาร online ขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีลูกค้าบ่น ถึงคนที่รับแปลเอกสาร ออกมาผลงานไม่ได้เรื่อง โกงตังค์บ้าง ส่งงานช้า พอด่าก็ด่ากลับบ้าง รับเงินแล้วหายจ้อยบ้าง และที่เจอเยอะที่สุดคือ ใช้ Google Translate แปลกลับมาให้
จริงๆแล้วเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ดีนะครับ ถ้าเรารู้จักใช้ Google Translate หรือฟังก์ชั่นการแปลภาษาของ Google ก็เช่นกัน จริงๆแล้ว เขาคงยังไม่คิดจะมาแทนที่พวกเราชาวนักแปลทั้งหมดหรอก อย่างน้อยก็ในอนาคตอันใกล้ แต่นักแปลหลายคนกลับใช้ Google เป็นที่พึ่งพิง ยามจนตรอก ยามทำงานไม่ทัน หรือยามขี้เกียจแปล ด้วยความรับผิด ไม่รับชอบ คิดว่า คนแปลนั้นลูกค้าประจำมีน้อย หลอกลวงกันเป็นวันๆ เป็นรายๆไป search กันเจอ หากันเจอ ก็มาใช้บริการกันไป ถือว่าโอนตังค์ก่อน
แต่ผมคิดว่า ทุกธุรกิจก็เหมือนกันครับ ธุรกิจแปลเอกสารก็เช่นกัน ถ้าคุณทำดี ลูกค้าก็ติดใจ ปากต่อปากกันไป สุดท้ายแล้วลูกค้าเก่านี่แหละครับ จะเป็นประชาสัมพันธ์ชั้นเลิศที่สุดของเรา เหมือนดังเช่น ศูนย์แปลของผม ทุกวันนี้ แทบจะไม่ต้องทำอะไรแล้ว พอยกหูขึ้นมา มีแต่บอกว่า เพื่อนแนะนำมา พี่แนะนำมา จัดซื้อที่นั่น ที่นี่ แนะนำมา
คิดว่าคงเหมือนกันนะครับ ทีมงานดีๆ สมัยนี้หายาก เหมือนที่ ศูนย์แปลภาษาดีๆ ก็หายากเช่นกัน ผมมีความกังวลใจกับ วงการรับแปลเอกสาร online ขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีลูกค้าบ่น ถึงคนที่รับแปลเอกสาร ออกมาผลงานไม่ได้เรื่อง โกงตังค์บ้าง ส่งงานช้า พอด่าก็ด่ากลับบ้าง รับเงินแล้วหายจ้อยบ้าง และที่เจอเยอะที่สุดคือ ใช้ Google Translate แปลกลับมาให้
จริงๆแล้วเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ดีนะครับ ถ้าเรารู้จักใช้ Google Translate หรือฟังก์ชั่นการแปลภาษาของ Google ก็เช่นกัน จริงๆแล้ว เขาคงยังไม่คิดจะมาแทนที่พวกเราชาวนักแปลทั้งหมดหรอก อย่างน้อยก็ในอนาคตอันใกล้ แต่นักแปลหลายคนกลับใช้ Google เป็นที่พึ่งพิง ยามจนตรอก ยามทำงานไม่ทัน หรือยามขี้เกียจแปล ด้วยความรับผิด ไม่รับชอบ คิดว่า คนแปลนั้นลูกค้าประจำมีน้อย หลอกลวงกันเป็นวันๆ เป็นรายๆไป search กันเจอ หากันเจอ ก็มาใช้บริการกันไป ถือว่าโอนตังค์ก่อน
แต่ผมคิดว่า ทุกธุรกิจก็เหมือนกันครับ ธุรกิจแปลเอกสารก็เช่นกัน ถ้าคุณทำดี ลูกค้าก็ติดใจ ปากต่อปากกันไป สุดท้ายแล้วลูกค้าเก่านี่แหละครับ จะเป็นประชาสัมพันธ์ชั้นเลิศที่สุดของเรา เหมือนดังเช่น ศูนย์แปลของผม ทุกวันนี้ แทบจะไม่ต้องทำอะไรแล้ว พอยกหูขึ้นมา มีแต่บอกว่า เพื่อนแนะนำมา พี่แนะนำมา จัดซื้อที่นั่น ที่นี่ แนะนำมา
Wednesday, May 8, 2013
โดนคู่แข่งโทรมาป่วน เบื่อจัง
วันนี้แอบเซ็งนะครับ ปกติบริษัทแปลของผมก็จะเจอคู่แข่งโทรมาสอบถามข้อมูลทุกวันอยู่แล้ว จะแอบถาม ตีซี้ หรือทำเป็นรู้จักก็สุดแล้วแต่ เจอจนชินแล้ว แต่วันนี้เซ็งนะครับ โทรมาเข้าขั้นมาป่วนกันเลยทีเดียว ถามว่าบริษัทเราอยู่ไหน สาขานี้อยู่ไหน และสาขานี้อยู่ไหน แล้วก็พูดจากวน วกวนไม่ยอมวาง ถามว่าจะเอาเอกสารอะไรให้แปล คำตอบที่ได้ ก็คือ "invoice ค่ะ คุณรู้จักไหมคะ invoice" แปลกแล้วใช่ไหมครับ อย่างนี้
ใจจริงแล้ว เรามาทำธุรกิจกันแบบตัวใครตัวมัน แต่ร่วมมือกันทำวงการของเราให้ดีขึ้นกันดีกว่านะครับ อย่าขยี้ขย่มกันให้เละกันไปข้างนึงอย่างนี้มันวิธีโบราณแล้วครับ โดยเฉพาะธุรกิจแปลเอกสารนั้นจริงๆแล้วผมว่า ถ้าคนทำธุรกิจนี้ร่วมมือกันขยายตลาดมันยังมีทางไปอีกมาก แต่มาเจอป่วนอย่างนี้ก็เบื่อๆเหมือนกันครับ อยากจะบอกว่าได้ยินเสียง และลักษณะการพูดจาก็รู้แล้วครับว่า เจ้าไหน เพราะลูกค้าก็มาบ่นให้ฟังประจำ พอเริ่มบ่นก็รู้แล้วว่า ร้านแปลเอกสารเจ้านี้แน่นอน ประมาณว่า อีกแล้วเหรอนี่ น่ะครับ
ไ่ม่รู้จะบ่นที่ไหน แอบมาบ่นใน blog ของเรานี่แหละ เผื่อใครจะมาเห็นมาได้ยิน วงการของเราก็จะได้ดียิ่งขึ้นๆไปนะครับ
ใจจริงแล้ว เรามาทำธุรกิจกันแบบตัวใครตัวมัน แต่ร่วมมือกันทำวงการของเราให้ดีขึ้นกันดีกว่านะครับ อย่าขยี้ขย่มกันให้เละกันไปข้างนึงอย่างนี้มันวิธีโบราณแล้วครับ โดยเฉพาะธุรกิจแปลเอกสารนั้นจริงๆแล้วผมว่า ถ้าคนทำธุรกิจนี้ร่วมมือกันขยายตลาดมันยังมีทางไปอีกมาก แต่มาเจอป่วนอย่างนี้ก็เบื่อๆเหมือนกันครับ อยากจะบอกว่าได้ยินเสียง และลักษณะการพูดจาก็รู้แล้วครับว่า เจ้าไหน เพราะลูกค้าก็มาบ่นให้ฟังประจำ พอเริ่มบ่นก็รู้แล้วว่า ร้านแปลเอกสารเจ้านี้แน่นอน ประมาณว่า อีกแล้วเหรอนี่ น่ะครับ
ไ่ม่รู้จะบ่นที่ไหน แอบมาบ่นใน blog ของเรานี่แหละ เผื่อใครจะมาเห็นมาได้ยิน วงการของเราก็จะได้ดียิ่งขึ้นๆไปนะครับ
Thursday, March 14, 2013
ประสบการณ์เรียนการแปลภาษาจีน อันแสนสนุก
วันนี้อยากจะมาเล่าประสบการณ์เรื่องโอกาสที่ผมจะได้เรียนเป็นนักแปลภาษาจีนให้ทุกคนฟังสนุกๆกันนะครับ
จะได้ใช้เป็นอุทาหรณ์เป็นตัวอย่างอะไรถูกก็เรียนรู้ไป อะไรผิดก็อย่าไปเลียนแบบ
จะได้ไม่ต้องไปลองผิดลองถูกกันเอง ให้เสียเวลาชีวิตนะครับ จริงๆแล้วผมเป็นคนที่ชอบภาษาจีนมาก
และสนใจใคร่เรียนรู้มาตลอด
อาจเพราะคุณแม่ที่ปลูกฝังอยากให้ผมรู้ภาษาจีนตามบรรพบุรุษด้วยหรืออย่างไร เพราะคุณพ่อ
คุณแม่ผมล้วนแต่พูดภาษาจีนได้ แล้วก็ไม่ได้พูดได้แค่ภาษาจีนท้องถิ่นคือจีนแต้จิ๋วแค่นั้นนะครับ
แต่ยังพูดภาษาจีนกลาง แมนดารินได้อีกด้วย ตอนที่เรียนปริญญาโทสำเร็จแล้ว
คุณแม่ต้องการให้ผมไปเรียนต่อที่ประเทศจีนต่ออีกหนึ่งปี
เพื่อเรียนรู้ภาษาจีนให้ได้ แต่ไอ้ตัวผมนี่คิดว่ามันจะหนักหนาเกินไปแล้ว จะแก่เกินแกงที่จะทำงานแล้ว
จึงตัดสินใจไม่ไป และเริ่มชีวิตการทำงานต่อเอง แต่ก็แอบเสียใจมาอยู่ลึกๆตลอด
เพราะเราก็เป็นคนชอบภาษา ชอบเรียนภาษา จนตอนนี้ได้มารับงานแปลภาษาอังกฤษ
ก็นึกอยากจะรับแปลภาษาจีนเป็นงานเสริมตลอด และก็คิดตลอดว่า
หากเรารู้ภาษาจีนก็คงจะดี อย่างน้อยตอนนี้ถ้าเรียนจริงๆ จังๆ ก็คงรับงานแปลภาษาจีนเพิ่มได้
เป็นงานเสริมได้อีกอย่างหนึ่งแล้ว
แต่ในเมื่อไม่มีใครล่วงรู้อนาคตนะครับ
และเรากลับไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขอดีติไม่ได้ ก็ไม่มีความจำเป็นที่ผมจะต้องไปเสียอก
เสียใจอะไร ก้าวต่อไปข้างหน้าดีกว่า แต่ที่เขียนมาอย่างยืดอย่างยาวนี่
ก็อย่างจะเตือนผู้อ่านหรือผู้ที่เข้ามาเห็นว่า
หากใครมีโอกาสได้เล่าเรียนได้ศึกษาแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่เรียนแปลภาษาจีนนะครับ
แต่หมายถึงการเรียนทุกสิ่งทุกอย่าง เรียนไว้ รู้ไว้ไม่เสียหายเลย
หากในอนาคตเรามีโอกาสต้องทำงานอะไร เราไม่มีทางรู้หรอกว่า เราจะได้ใช้วิชาการที่เราร่ำเรียนมามากน้อยแค่ไหน
วันไหน อย่างผมเป็นต้นนะครับ
ไม่เคยคิดเลยว่าตนเองจะได้มาข้องเกี่ยวกับการแปลภาษาจีน เพราะทำงานทางด้านวิศวะ
และ IT มาตลอด
แต่เกือบสิบปีให้หลังก็มานั่งเสียดายที่ตัวเองไม่ได้ไปเรียนที่ประเทศจีนในตอนนั้น
เพราะฉะนั้นถ้าใครมีโอกาสจะเรียนก็เรียนไปนะครับ
Monday, October 15, 2012
อยากแปลหนังสือ นวนิยาย ไม่ใจรักจริงๆแปลไม่ได้นะ
มีน้องๆ จำนวนไม่น้อยครับ หรือน้องๆที่รู้จักกันกับผม ติดต่อเข้ามาว่าอยากรับงานแปลเอกสาร พอเราสอบถามกลับไปว่า น้องต้องการจะแปลหรือถนัดแปลประเภทใด คำตอบที่ได้รับกลับมาก็ไม่น้อยเช่นกันก็คือ อยากจะแปลพวกนิยายนะครับ คำตอบแรกที่ได้รับจากเรากลับไปเลยก็คือ ทางเราไม่ได้รับแปลนิยาย หรืองานแปลทำนองนั้นที่เป็นเล่มยาวๆนะครับ ถ้าจะแปลงานพวกนี้ แนะนำไปติดต่อสำนักพิมพ์ดีกว่า ถ้าถามว่า ทำไมเราถึงไม่รับแปลงานพวกนั้นนะครับ คำตอบไม่ใช่ว่าเราหางานพวกนี้ไม่ได้ หรือไม่แปลงานเหล่านี้ แต่จริงๆแล้วลักษณะของการแปลนวนิยายมีลักษณะเฉพาะตัวที่ มันไม่ค่อยเหมาะกับการทำธุรกิจสักเท่าไหร่ สาเหตุหลักๆก็มีดังนี้คือ
1. มันเยอะ และมันนานครับ -- งานปกติที่เรารับนั้น เป็นคู่มือ หรือเป็นเอกสารจำนวนมาก ก็จะอยู่ในหลักร้อยหน้า และเป็นงานประเภทวิชาการหรือแบบเป๊ะๆ พอสมควร แต่การแปลนวนิยายนั้น ถึงจะมีจำนวนหน้าไม่ต่างกันมาก แต่ต้องใช้เวลาในการแปลค่อนข้างนานมากครับ เพราะมันต้องเข้าใจ ต้องละเมียด ละเอียดละไม ไปกับงาน แค่ความหมายอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องลึกซึ้งไปถึงอารมรณ์สุดขั้วของมันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น น้องที่บอกกับผมเย้วๆๆ ว่าต้องการแปลงานจำพวกนวนิยาย หรืออะไรเทือกนั้น ไม่ต้องการรับแปลเอกสาร ธรรมดาทั่วไป เรียกว่า ศิลปินกันพอตัว แต่พอเอาเข้าจริงๆ ล่ะก็ แปลไม่รอดเยอะแยะไปครับ หมดกำลังกายและกำัลังใจ รวมถึงกำลังสมองไปตั้งแต่ สามสิบหน้าแรกก็มี สุดท้ายผู้จ้างก็เสียหายนะครับ
2. กว่าจะได้ตังค์ก็นานมากครับ -- สำหรับงานแปลพวกนวนิยายนั้น ลักษณะจะไม่เหมือนกับงานแปลเอกสารทั่วไป คือเงินที่คุณจะได้นั้น อยู่ที่ความฮิตของนิยายที่คุณแปลด้วย อย่าคิดนะว่า เฮ้อ อดทนมาตั้งนาน แปลเสร็จเสียที ไปส่งงานแล้วรอรับตังค์ สบายใจเฉิบอยู่บ้านดีกว่า อ่ะ ไม่มีซะหรอก เขาต้องนำงานคุณไปตรวจ prove ไปตีพิมพ์ ไปวางขาย และอื่นๆ สุดท้ายคุณอาจได้ค่าแปลขี้ประติ๋วไปก่อน และถ้าหนังสือของคุณขายไม่ค่อยออก (ซึ่งเขาจะทึกทักได้ว่า อาจเป็นเพราะคุณแปลไม่ดี) คุณก็จะได้ส่วนแบ่งน้อยตามไปด้วย ข้อดีก็คือ หากมันเกิดฮิตขึ้นมา (จะมีสักกี่เล่ม) คุณก็อาจดังระเบิดระเบ้อได้ แต่ในประเทศ ที่ประชากรอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัดนี้ อย่าคาดหวังอะไรเลยครับว่า คุณจะเป็นนักแปลหนังสือที่ประสบความสำเร็จอะไรมากมาย ทำเอาใจรักไปก็พอแล้ว
รู้อย่างนี้แล้ว ถ้ายังใจรักอยู่ก็อย่ารอช้านะครับ ติดต่อสำนักพิมพ์ของานแปลนวนิยายมาสนองอารมณ์ศิลปินกันเลย สนับสนุน
1. มันเยอะ และมันนานครับ -- งานปกติที่เรารับนั้น เป็นคู่มือ หรือเป็นเอกสารจำนวนมาก ก็จะอยู่ในหลักร้อยหน้า และเป็นงานประเภทวิชาการหรือแบบเป๊ะๆ พอสมควร แต่การแปลนวนิยายนั้น ถึงจะมีจำนวนหน้าไม่ต่างกันมาก แต่ต้องใช้เวลาในการแปลค่อนข้างนานมากครับ เพราะมันต้องเข้าใจ ต้องละเมียด ละเอียดละไม ไปกับงาน แค่ความหมายอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องลึกซึ้งไปถึงอารมรณ์สุดขั้วของมันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น น้องที่บอกกับผมเย้วๆๆ ว่าต้องการแปลงานจำพวกนวนิยาย หรืออะไรเทือกนั้น ไม่ต้องการรับแปลเอกสาร ธรรมดาทั่วไป เรียกว่า ศิลปินกันพอตัว แต่พอเอาเข้าจริงๆ ล่ะก็ แปลไม่รอดเยอะแยะไปครับ หมดกำลังกายและกำัลังใจ รวมถึงกำลังสมองไปตั้งแต่ สามสิบหน้าแรกก็มี สุดท้ายผู้จ้างก็เสียหายนะครับ
2. กว่าจะได้ตังค์ก็นานมากครับ -- สำหรับงานแปลพวกนวนิยายนั้น ลักษณะจะไม่เหมือนกับงานแปลเอกสารทั่วไป คือเงินที่คุณจะได้นั้น อยู่ที่ความฮิตของนิยายที่คุณแปลด้วย อย่าคิดนะว่า เฮ้อ อดทนมาตั้งนาน แปลเสร็จเสียที ไปส่งงานแล้วรอรับตังค์ สบายใจเฉิบอยู่บ้านดีกว่า อ่ะ ไม่มีซะหรอก เขาต้องนำงานคุณไปตรวจ prove ไปตีพิมพ์ ไปวางขาย และอื่นๆ สุดท้ายคุณอาจได้ค่าแปลขี้ประติ๋วไปก่อน และถ้าหนังสือของคุณขายไม่ค่อยออก (ซึ่งเขาจะทึกทักได้ว่า อาจเป็นเพราะคุณแปลไม่ดี) คุณก็จะได้ส่วนแบ่งน้อยตามไปด้วย ข้อดีก็คือ หากมันเกิดฮิตขึ้นมา (จะมีสักกี่เล่ม) คุณก็อาจดังระเบิดระเบ้อได้ แต่ในประเทศ ที่ประชากรอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัดนี้ อย่าคาดหวังอะไรเลยครับว่า คุณจะเป็นนักแปลหนังสือที่ประสบความสำเร็จอะไรมากมาย ทำเอาใจรักไปก็พอแล้ว
รู้อย่างนี้แล้ว ถ้ายังใจรักอยู่ก็อย่ารอช้านะครับ ติดต่อสำนักพิมพ์ของานแปลนวนิยายมาสนองอารมณ์ศิลปินกันเลย สนับสนุน
Sunday, September 23, 2012
รับแปลเอกสาร สุขภาพก็สำคัญสำหรับนักแปลทุกคน
ถ้าจะว่าถึงสิ่งหนึ่งที่ นักแปลเอกสาร ทุกคนควรจะตระหนักให้มากๆ ถ้าคิดจะกินกันยาวๆ หรือคิดจะอยู่ในสายอาชีพนี้ยาวๆ ก็คือเรื่องของสุขภาพครับ การที่คุณได้งานใหญ่ๆ เร่งๆ ด่วนๆมา แม้ว่าจะทำให้คุณทำงานเสร็จได้ เร็ว รับงานแปลใหม่ได้เร็ว ทำงานได้มาก ได้เงินเยอะก็จริงอยู่ แต่มันทรมานสังขาร ไม่ใช่น้อยเลยนะครับ ในจุดนี้ หลายครั้งที่เบื่อ หลายครั้งที่เซ็ง หมดอารมณ์จะทำ หมดแรงจะทำ แต่เงินก็บีบให้เราต้องทำต่อ deadline ก็บีบให้เราต้องทำต่อ ลุกก็ไม่ได้ จะพักก็ได้นิดหน่อย เท่านั้น อย่างนี้จะทำอย่างไรดี จะออกจากสายอาชีพนี้ ก็ไม่อยากไป เพราะกว่าจะหาแหล่งเงินแหล่งทอง หรือแหล่งงานแปลเอกสารดีๆ ได้ก็หมดพลังไปเยอะ จะให้เลิกกันง่ายๆได้อย่างไรล่ะครับ ไอ้งานแปลเอกสารเนี่ย
เอาล่ะครับ ก็ถ้าไหนๆใครตัดสินใจจะมาร่วมทุกข์ทรมานด้วยกันแล้ว ก็มาฟังเคล็ดลับการดูแล สุขภาพ ของนักแปลกับผมกันดีกว่า
เอาล่ะครับ ก็ถ้าไหนๆใครตัดสินใจจะมาร่วมทุกข์ทรมานด้วยกันแล้ว ก็มาฟังเคล็ดลับการดูแล สุขภาพ ของนักแปลกับผมกันดีกว่า
- ข้อแรกพักบ่อยๆ -- เข้าใจว่า งานแปลเอกสารนี่มันเร่งนะครับ บางครั้งก็อยากจะทำจนลืมตัวไปเลย แต่แนะนำให้ตั้งปณิธานกับตัวเองเอาไว้ว่า ให้พักบ่อยๆ! ไม่ต้องนานก็ได้ อย่างน้อยลุกขึ้น ยืดเส้น ยืดสาย สัก สอง สาม นาที ก็ยังดี ให้กล้ามเนื้อ และสายตาได้ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า หรือถ้าไม่อย่างนั้น อย่างน้องที่สุด ก็เบือนหน้าไปทางอื่น หรือหลับตาพักบ้าง สักชั่วครู่ ชั่วคราว แต่ให้่บ่อยๆ จะได้เป็นการยืดอายุการทำงาน และยืดอายุชีวิตของท่านให้ยืนยาวยิ่งขึ้นครับ
- อย่ารับงานแปลเอกสาร เยอะเกินไป -- อันนี้ อาจจะยากสักหน่อย สำหรับคนที่ทำงาน โดยใช้เงินเป็นที่ตั้งนะครับ แต่ผมก็อยากจะแนะนำ คนที่รับงานแปลเอกสาร ทุกท่านอีกสักครั้งก็แล้วกัน ว่าให้ทำเท่าที่ทำได้ อย่ารับงานจนมากเกินไป ยังไม่แก่ไม่รู้นะ แต่ถ้าแก่แล้ว สังขาร ไม่ไหว เงินทองที่หามาจะต้องเอาไป ซ่อมแซม สุขภาพหมด ลำบาก เข้าไปอีก ตอนรับงาน ให้คำนวณด้วยว่า จะทำวันไหน เท่าไหร่ อย่างไร จะได้ ไม่ต้อง ทรุดโทรม โหมเกินกำลัง ถ้าทำไม่ไหว ก็คิดว่าจะส่งต่องานแปลเอกสาชิ้นนี้ ให้คนที่เราไว้ใจ ไม่ทำให้เราเสียชื่อเสียงจะดีกว่า ให้เขาไปหรือบวกนิดๆหน่อยๆก็พอ อย่ารับมาทำเองหมด ถ้าทำไม่ไหว ก็เสียชื่อเสียงด้วย นอกจากเสียสุขภาพของเราแล้ว
วันนี้ ว่ากันเบาะๆ สองข้อก่อนนะครับ ถึงเคล็ดลับการดูแลสุขภาพของนักแปลเอกสารทุกท่าน เอาไว้เรามาว่ากันต่อในตอนต่อไป ขอให้สุขภาพดี แข็งแรงสมบูรณ์กันทุกท่านครับ.....
Tuesday, September 18, 2012
รับแปลเอกสาร | หางานแปลที่ไหนดี ตอน นักเรียนก็น่าทำนะ
หลักการหางานแปลเอกสาร ของนักแปลทุกท่าน ตอนสุดท้ายแล้วนะครับ สำหรับท่านที่ ต้องการหางานแปลเป็นรายได้เสริม แนะนำตลาดอีกตลาดหนึ่ง ที่คุณอาจไปแวะเวียนลองหาดูได้ ก็คือ ตลาด นักเรียน นักศึกษานั่นเองครับ
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ตลาดนักเรียน นักศึกษา เป็นตลาดที่จะมีงานเยอะ เรียกว่าค่อนข้างเยอะมาก เพราะแบ่งประเภทลูกค้าย่อยออกได้อีกเป็นหลายประเภท เช่น นักเรียน นักศึกษาที่ต้องการอ่านบทความ หรืองานวิจัย ที่เป็นภาษาอังกฤษ แล้ว ขี้เกียจอ่าน จึงมาจ้างคนอื่นแปล หรืออาจจะเป็นงานบทความ เอกสาร งานวิจัย ที่ต้องการ การแปลจริงๆ ก็ได้ เช่น รายงานที่อาจารย์มอบหมายมา งานกลุ่มต่างๆ ที่ต้องแปลและถอดความไปรวบรวมกับเพื่อนๆ นักเรียน นักศึกษาเหล่านี้ ก็จะหาที่จ้างแปลเอกสาร กับแหล่งต่างๆ
แต่ข้อควรทราบประการหนึ่ง ที่นักแปลควรจะทราบ สำหรับลูกค้าประเภทนี้ ก่อนที่จะไปหางานรับแปลเอกสาร ก็คือ ลูกค้าประเภทนี้ จะงบน้อยหน่อยนะครับ และงานของพวกเขาส่วนมาก ก็จะยากถึงยากที่สุด แต่ข้อดีก็คือ ไม่ค่อยเน้นคุณภาพ บางคนบอก มีส่งก็พอแล้ว บางคนบอกต้นฉบับก็ไม่รู้เรื่อง เราแปลไปอย่างไร ก็อ่านๆ ไปอย่างนั้น (ซึ่งถ้าคนแปลไม่มีจรรยาบรรณล่ะก็ไม่ดีแน่)
ผมเคยรับงานแปลเอกสาร จาก agent ท่านหนึ่ง งานจำนวนมาก และต้องการด่วนมาก ผมแจ้งไปว่า ผมคงทำให้ไม่ทัน จึงไม่รับงาน ก็ได้รับคำตอบกลับมา อย่างสวยงาม ว่า "แปลๆไปเหอะ มันด่วน ขายผ้าเอาหน้ารอดไปก่อน" ว้าว น่าสนใจใช่ไหมครับ ผมนึกสงสารลูกค้าขึ้นมาจับใจ พอดีไม่ใช่ประเภทขายผ้าเอาหน้ารอด จึงไม่สามารถเอาหน้ารอดไปได้ ด้วยสิ แต่ก็แสดงว่า agent ท่านนี้ เข้าซึ้งถึงสัจธรรม ของการรับแปลนักเรียน คือ ถูกและด่วน แค่นี้พอ
หากใครทราบข้อมูลนี้แล้ว ยังมีความประสงค์ที่จะรับงานจากน้องๆ นักเรียนอยู่ละก็ ลองไปแปะประกาศตามบอร์ดของมหาวิทยาลัย หรือเข้าไปตามชุมชนออนไลน์ต่างๆของมหาวิทยาลัยก็ได้ แล้วก็ลองไปประกาศหางานดู ถ้าเกิด ถูกและด่วน ได้สะใจน้องล่ะก็ อาจมีปากต่อปากได้ งานอย่างต่อเนื่องก็ได้นะครับ
เคล็ดลับสำหรับการหางานแปลเอกสาร ตอนนี้ก็จบแล้วนะครับ หากคิดอะไรออกจะมาเขียนให้อ่านกันใหม่ โชคดีครับ ผู้ที่รักในการแปลและต้องการหางานแปลทุกท่าน
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ตลาดนักเรียน นักศึกษา เป็นตลาดที่จะมีงานเยอะ เรียกว่าค่อนข้างเยอะมาก เพราะแบ่งประเภทลูกค้าย่อยออกได้อีกเป็นหลายประเภท เช่น นักเรียน นักศึกษาที่ต้องการอ่านบทความ หรืองานวิจัย ที่เป็นภาษาอังกฤษ แล้ว ขี้เกียจอ่าน จึงมาจ้างคนอื่นแปล หรืออาจจะเป็นงานบทความ เอกสาร งานวิจัย ที่ต้องการ การแปลจริงๆ ก็ได้ เช่น รายงานที่อาจารย์มอบหมายมา งานกลุ่มต่างๆ ที่ต้องแปลและถอดความไปรวบรวมกับเพื่อนๆ นักเรียน นักศึกษาเหล่านี้ ก็จะหาที่จ้างแปลเอกสาร กับแหล่งต่างๆ
แต่ข้อควรทราบประการหนึ่ง ที่นักแปลควรจะทราบ สำหรับลูกค้าประเภทนี้ ก่อนที่จะไปหางานรับแปลเอกสาร ก็คือ ลูกค้าประเภทนี้ จะงบน้อยหน่อยนะครับ และงานของพวกเขาส่วนมาก ก็จะยากถึงยากที่สุด แต่ข้อดีก็คือ ไม่ค่อยเน้นคุณภาพ บางคนบอก มีส่งก็พอแล้ว บางคนบอกต้นฉบับก็ไม่รู้เรื่อง เราแปลไปอย่างไร ก็อ่านๆ ไปอย่างนั้น (ซึ่งถ้าคนแปลไม่มีจรรยาบรรณล่ะก็ไม่ดีแน่)
ผมเคยรับงานแปลเอกสาร จาก agent ท่านหนึ่ง งานจำนวนมาก และต้องการด่วนมาก ผมแจ้งไปว่า ผมคงทำให้ไม่ทัน จึงไม่รับงาน ก็ได้รับคำตอบกลับมา อย่างสวยงาม ว่า "แปลๆไปเหอะ มันด่วน ขายผ้าเอาหน้ารอดไปก่อน" ว้าว น่าสนใจใช่ไหมครับ ผมนึกสงสารลูกค้าขึ้นมาจับใจ พอดีไม่ใช่ประเภทขายผ้าเอาหน้ารอด จึงไม่สามารถเอาหน้ารอดไปได้ ด้วยสิ แต่ก็แสดงว่า agent ท่านนี้ เข้าซึ้งถึงสัจธรรม ของการรับแปลนักเรียน คือ ถูกและด่วน แค่นี้พอ
หากใครทราบข้อมูลนี้แล้ว ยังมีความประสงค์ที่จะรับงานจากน้องๆ นักเรียนอยู่ละก็ ลองไปแปะประกาศตามบอร์ดของมหาวิทยาลัย หรือเข้าไปตามชุมชนออนไลน์ต่างๆของมหาวิทยาลัยก็ได้ แล้วก็ลองไปประกาศหางานดู ถ้าเกิด ถูกและด่วน ได้สะใจน้องล่ะก็ อาจมีปากต่อปากได้ งานอย่างต่อเนื่องก็ได้นะครับ
เคล็ดลับสำหรับการหางานแปลเอกสาร ตอนนี้ก็จบแล้วนะครับ หากคิดอะไรออกจะมาเขียนให้อ่านกันใหม่ โชคดีครับ ผู้ที่รักในการแปลและต้องการหางานแปลทุกท่าน
Subscribe to:
Comments (Atom)