จากประสบการณ์ที่ผ่านมา อาจเพราะบริษัทของผมมีชื่อเสียง และทำมานาน จึงมีคนติดต่อมา ให้ "แปลงเอกสาร" ไม่ใช่ "แปลเอกสาร" อยู่บ่อยๆ เช่น พี่ครับ ช่วยแปลงวุฒิการศึกษา ให้หน่อย จะเอาไปสมัครงาน พี่คะ ช่วยออกใบรับรองการทำงาน หรือใบผ่านงานให้หน่อย ทั้งที่ไม่เคยทำงานกับเราเลย
ที่นึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ เพราะมีกรณีล่าสุดที่มีคนมาเสนอให้ออกใบรับรองการผ่านงานให้ พร้อมค่าตอบแทนจำนวนไม่น้อย ผมต้องตอบไปอย่างไม่ลังเลเลยว่า ผมเป็นบริษัทรับแปลเอกสารครับ ไม่ใช่รับแปลง
ลำพังปกตินั้นก็คงไม่รับอยู่แล้ว เพราะจรรยาบรรณของผู้ประกอบการที่ดีนั้น มันก็ไม่ควรจะทำอยู่แล้ว และนี่จะให้เอาชื่อเสียงบริษัทเป็นเดิมพัน ไปปลอมแปลงเอกสารให้ท่าน ยิ่งไม่ทำนะครับ ส่วนใครอยากได้เงินแล้วจะไปทำนั่นก็สุดแล้วแต่ท่านก็แล้วกัน
ธุรกิจที่ดี ไม่ใช่การกอบโกยเงินทอง ในทุกทางที่จะกระทำได้ แต่ผมคิดว่า เราควรจะคืนกำไรแก่สังคมให้มากที่สุด อย่างน้อย ถ้ายังไม่มีสำนึกในการคืนกำไรให้แก่สังคมได้ หรือไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะคืนกำไรอะไรได้มาก ก็เอาเป็นว่าอย่าทำให้มันเลวร้ายลงไปกว่าเดิมก็พอแล้วครับ
Sunday, May 12, 2013
Friday, May 10, 2013
แปลเอกสารและรับงานแปลจนแสบตาไปหมดแล้ว
วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่มีงานแปลเอกสารต่างๆเข้ามาที่บริษัทมากเหลือเกิน ทีมงานของ คิงทรานสเลชั่น เฉพาะที่นั่งรับโทรศัพท์ และติดต่อลูกค้ามีอยู่ สามคน ไม่เคยว่างกันเลย
คิดว่าคงเหมือนกันนะครับ ทีมงานดีๆ สมัยนี้หายาก เหมือนที่ ศูนย์แปลภาษาดีๆ ก็หายากเช่นกัน ผมมีความกังวลใจกับ วงการรับแปลเอกสาร online ขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีลูกค้าบ่น ถึงคนที่รับแปลเอกสาร ออกมาผลงานไม่ได้เรื่อง โกงตังค์บ้าง ส่งงานช้า พอด่าก็ด่ากลับบ้าง รับเงินแล้วหายจ้อยบ้าง และที่เจอเยอะที่สุดคือ ใช้ Google Translate แปลกลับมาให้
จริงๆแล้วเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ดีนะครับ ถ้าเรารู้จักใช้ Google Translate หรือฟังก์ชั่นการแปลภาษาของ Google ก็เช่นกัน จริงๆแล้ว เขาคงยังไม่คิดจะมาแทนที่พวกเราชาวนักแปลทั้งหมดหรอก อย่างน้อยก็ในอนาคตอันใกล้ แต่นักแปลหลายคนกลับใช้ Google เป็นที่พึ่งพิง ยามจนตรอก ยามทำงานไม่ทัน หรือยามขี้เกียจแปล ด้วยความรับผิด ไม่รับชอบ คิดว่า คนแปลนั้นลูกค้าประจำมีน้อย หลอกลวงกันเป็นวันๆ เป็นรายๆไป search กันเจอ หากันเจอ ก็มาใช้บริการกันไป ถือว่าโอนตังค์ก่อน
แต่ผมคิดว่า ทุกธุรกิจก็เหมือนกันครับ ธุรกิจแปลเอกสารก็เช่นกัน ถ้าคุณทำดี ลูกค้าก็ติดใจ ปากต่อปากกันไป สุดท้ายแล้วลูกค้าเก่านี่แหละครับ จะเป็นประชาสัมพันธ์ชั้นเลิศที่สุดของเรา เหมือนดังเช่น ศูนย์แปลของผม ทุกวันนี้ แทบจะไม่ต้องทำอะไรแล้ว พอยกหูขึ้นมา มีแต่บอกว่า เพื่อนแนะนำมา พี่แนะนำมา จัดซื้อที่นั่น ที่นี่ แนะนำมา
คิดว่าคงเหมือนกันนะครับ ทีมงานดีๆ สมัยนี้หายาก เหมือนที่ ศูนย์แปลภาษาดีๆ ก็หายากเช่นกัน ผมมีความกังวลใจกับ วงการรับแปลเอกสาร online ขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีลูกค้าบ่น ถึงคนที่รับแปลเอกสาร ออกมาผลงานไม่ได้เรื่อง โกงตังค์บ้าง ส่งงานช้า พอด่าก็ด่ากลับบ้าง รับเงินแล้วหายจ้อยบ้าง และที่เจอเยอะที่สุดคือ ใช้ Google Translate แปลกลับมาให้
จริงๆแล้วเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ดีนะครับ ถ้าเรารู้จักใช้ Google Translate หรือฟังก์ชั่นการแปลภาษาของ Google ก็เช่นกัน จริงๆแล้ว เขาคงยังไม่คิดจะมาแทนที่พวกเราชาวนักแปลทั้งหมดหรอก อย่างน้อยก็ในอนาคตอันใกล้ แต่นักแปลหลายคนกลับใช้ Google เป็นที่พึ่งพิง ยามจนตรอก ยามทำงานไม่ทัน หรือยามขี้เกียจแปล ด้วยความรับผิด ไม่รับชอบ คิดว่า คนแปลนั้นลูกค้าประจำมีน้อย หลอกลวงกันเป็นวันๆ เป็นรายๆไป search กันเจอ หากันเจอ ก็มาใช้บริการกันไป ถือว่าโอนตังค์ก่อน
แต่ผมคิดว่า ทุกธุรกิจก็เหมือนกันครับ ธุรกิจแปลเอกสารก็เช่นกัน ถ้าคุณทำดี ลูกค้าก็ติดใจ ปากต่อปากกันไป สุดท้ายแล้วลูกค้าเก่านี่แหละครับ จะเป็นประชาสัมพันธ์ชั้นเลิศที่สุดของเรา เหมือนดังเช่น ศูนย์แปลของผม ทุกวันนี้ แทบจะไม่ต้องทำอะไรแล้ว พอยกหูขึ้นมา มีแต่บอกว่า เพื่อนแนะนำมา พี่แนะนำมา จัดซื้อที่นั่น ที่นี่ แนะนำมา
Wednesday, May 8, 2013
โดนคู่แข่งโทรมาป่วน เบื่อจัง
วันนี้แอบเซ็งนะครับ ปกติบริษัทแปลของผมก็จะเจอคู่แข่งโทรมาสอบถามข้อมูลทุกวันอยู่แล้ว จะแอบถาม ตีซี้ หรือทำเป็นรู้จักก็สุดแล้วแต่ เจอจนชินแล้ว แต่วันนี้เซ็งนะครับ โทรมาเข้าขั้นมาป่วนกันเลยทีเดียว ถามว่าบริษัทเราอยู่ไหน สาขานี้อยู่ไหน และสาขานี้อยู่ไหน แล้วก็พูดจากวน วกวนไม่ยอมวาง ถามว่าจะเอาเอกสารอะไรให้แปล คำตอบที่ได้ ก็คือ "invoice ค่ะ คุณรู้จักไหมคะ invoice" แปลกแล้วใช่ไหมครับ อย่างนี้
ใจจริงแล้ว เรามาทำธุรกิจกันแบบตัวใครตัวมัน แต่ร่วมมือกันทำวงการของเราให้ดีขึ้นกันดีกว่านะครับ อย่าขยี้ขย่มกันให้เละกันไปข้างนึงอย่างนี้มันวิธีโบราณแล้วครับ โดยเฉพาะธุรกิจแปลเอกสารนั้นจริงๆแล้วผมว่า ถ้าคนทำธุรกิจนี้ร่วมมือกันขยายตลาดมันยังมีทางไปอีกมาก แต่มาเจอป่วนอย่างนี้ก็เบื่อๆเหมือนกันครับ อยากจะบอกว่าได้ยินเสียง และลักษณะการพูดจาก็รู้แล้วครับว่า เจ้าไหน เพราะลูกค้าก็มาบ่นให้ฟังประจำ พอเริ่มบ่นก็รู้แล้วว่า ร้านแปลเอกสารเจ้านี้แน่นอน ประมาณว่า อีกแล้วเหรอนี่ น่ะครับ
ไ่ม่รู้จะบ่นที่ไหน แอบมาบ่นใน blog ของเรานี่แหละ เผื่อใครจะมาเห็นมาได้ยิน วงการของเราก็จะได้ดียิ่งขึ้นๆไปนะครับ
ใจจริงแล้ว เรามาทำธุรกิจกันแบบตัวใครตัวมัน แต่ร่วมมือกันทำวงการของเราให้ดีขึ้นกันดีกว่านะครับ อย่าขยี้ขย่มกันให้เละกันไปข้างนึงอย่างนี้มันวิธีโบราณแล้วครับ โดยเฉพาะธุรกิจแปลเอกสารนั้นจริงๆแล้วผมว่า ถ้าคนทำธุรกิจนี้ร่วมมือกันขยายตลาดมันยังมีทางไปอีกมาก แต่มาเจอป่วนอย่างนี้ก็เบื่อๆเหมือนกันครับ อยากจะบอกว่าได้ยินเสียง และลักษณะการพูดจาก็รู้แล้วครับว่า เจ้าไหน เพราะลูกค้าก็มาบ่นให้ฟังประจำ พอเริ่มบ่นก็รู้แล้วว่า ร้านแปลเอกสารเจ้านี้แน่นอน ประมาณว่า อีกแล้วเหรอนี่ น่ะครับ
ไ่ม่รู้จะบ่นที่ไหน แอบมาบ่นใน blog ของเรานี่แหละ เผื่อใครจะมาเห็นมาได้ยิน วงการของเราก็จะได้ดียิ่งขึ้นๆไปนะครับ
Thursday, March 14, 2013
ประสบการณ์เรียนการแปลภาษาจีน อันแสนสนุก
วันนี้อยากจะมาเล่าประสบการณ์เรื่องโอกาสที่ผมจะได้เรียนเป็นนักแปลภาษาจีนให้ทุกคนฟังสนุกๆกันนะครับ
จะได้ใช้เป็นอุทาหรณ์เป็นตัวอย่างอะไรถูกก็เรียนรู้ไป อะไรผิดก็อย่าไปเลียนแบบ
จะได้ไม่ต้องไปลองผิดลองถูกกันเอง ให้เสียเวลาชีวิตนะครับ จริงๆแล้วผมเป็นคนที่ชอบภาษาจีนมาก
และสนใจใคร่เรียนรู้มาตลอด
อาจเพราะคุณแม่ที่ปลูกฝังอยากให้ผมรู้ภาษาจีนตามบรรพบุรุษด้วยหรืออย่างไร เพราะคุณพ่อ
คุณแม่ผมล้วนแต่พูดภาษาจีนได้ แล้วก็ไม่ได้พูดได้แค่ภาษาจีนท้องถิ่นคือจีนแต้จิ๋วแค่นั้นนะครับ
แต่ยังพูดภาษาจีนกลาง แมนดารินได้อีกด้วย ตอนที่เรียนปริญญาโทสำเร็จแล้ว
คุณแม่ต้องการให้ผมไปเรียนต่อที่ประเทศจีนต่ออีกหนึ่งปี
เพื่อเรียนรู้ภาษาจีนให้ได้ แต่ไอ้ตัวผมนี่คิดว่ามันจะหนักหนาเกินไปแล้ว จะแก่เกินแกงที่จะทำงานแล้ว
จึงตัดสินใจไม่ไป และเริ่มชีวิตการทำงานต่อเอง แต่ก็แอบเสียใจมาอยู่ลึกๆตลอด
เพราะเราก็เป็นคนชอบภาษา ชอบเรียนภาษา จนตอนนี้ได้มารับงานแปลภาษาอังกฤษ
ก็นึกอยากจะรับแปลภาษาจีนเป็นงานเสริมตลอด และก็คิดตลอดว่า
หากเรารู้ภาษาจีนก็คงจะดี อย่างน้อยตอนนี้ถ้าเรียนจริงๆ จังๆ ก็คงรับงานแปลภาษาจีนเพิ่มได้
เป็นงานเสริมได้อีกอย่างหนึ่งแล้ว
แต่ในเมื่อไม่มีใครล่วงรู้อนาคตนะครับ
และเรากลับไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขอดีติไม่ได้ ก็ไม่มีความจำเป็นที่ผมจะต้องไปเสียอก
เสียใจอะไร ก้าวต่อไปข้างหน้าดีกว่า แต่ที่เขียนมาอย่างยืดอย่างยาวนี่
ก็อย่างจะเตือนผู้อ่านหรือผู้ที่เข้ามาเห็นว่า
หากใครมีโอกาสได้เล่าเรียนได้ศึกษาแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่เรียนแปลภาษาจีนนะครับ
แต่หมายถึงการเรียนทุกสิ่งทุกอย่าง เรียนไว้ รู้ไว้ไม่เสียหายเลย
หากในอนาคตเรามีโอกาสต้องทำงานอะไร เราไม่มีทางรู้หรอกว่า เราจะได้ใช้วิชาการที่เราร่ำเรียนมามากน้อยแค่ไหน
วันไหน อย่างผมเป็นต้นนะครับ
ไม่เคยคิดเลยว่าตนเองจะได้มาข้องเกี่ยวกับการแปลภาษาจีน เพราะทำงานทางด้านวิศวะ
และ IT มาตลอด
แต่เกือบสิบปีให้หลังก็มานั่งเสียดายที่ตัวเองไม่ได้ไปเรียนที่ประเทศจีนในตอนนั้น
เพราะฉะนั้นถ้าใครมีโอกาสจะเรียนก็เรียนไปนะครับ
Subscribe to:
Comments (Atom)